สุดประทับใจ พຣะภิกษุผิวสีรูปแรก นำพຣะพุທธศาสนา เผยแพร่ในแอฟริกา

2965

“พຣะยูกันดา” นำพุທธ ศ า ส น าจากประเทศไทย ไปเผยแผ่ในทวีปแอฟริกาใต้

จากที่มีข่าวกันไปเรื่องของ นายจูเลียน ดีซิเลต หรือ “พຣะจูเลี่ยน” ชาวแคนาดาที่เข้ามาบวช ใต้ร่มพຣะพุທธ ศ า ส น าในประเทศไทยไปนั้น สำหรับอีกหนึ่งรูปก็คือ “พຣะพุທธรักขิตะ” ในภาษาบาลีซึ่งมีความหมายว่า “ผู้ปกปักษ์ รั ก ษ า พຣะพุທธเจ้า” ภิกษุผิวสี จากประเทศยูกันดา ที่เลือกเดินทางตามรอยพุທธ ศ า ส น าและเผยแผ่ธຣຣมในทวีปแอฟริกา

พຣะพุທธรักขิตะภิกขุ เดิมมีชื่อว่า สตีเว่น คาบอคโกซา (Steven Kaboggoza) เกิดเมื่อปีค.ศ.1966 ในครอบครัวชาวคริสต์ ณ กรุง กัมปาลา ประเทศยูกันดา ทางตะวันออกของทวีปแอฟริกา ตั้งแต่วัยเด็กแล้ว เด็กชายสตีเว่น คาบอคโกซา มักใช้เวลาว่างไปกับการนั่งคิดพิจารณาอยู่เสมอ โดยที่ท่านไม่ได้ทราบมาก่อนเลยว่า สิ่งนี้จะกลายเป็นบ่อเกิดของการนั่งสมาธิของเขาในอนาคต

ในทวีปแอฟริกา ศ า ส น าพุທธไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ผู้คนส่วนใหญ่จะรู้จักผ่านหนังสือเรียนเท่านั้น ที่จะทราบกันอย่างผิวเผินเพียงว่า มี ศ า ส น าพุທธอยู่

เมื่อนายสตีเว่น เติบโตขึ้นเขาได้ศึกษาต่อด้านบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย และแทบไม่น่าเชื่อเลยว่า ท่านมีเพื่อนร่วมชั้นเป็น

พຣะสงฆ์สองรูปจากประเทศไทยของเราเอง นั่นทำให้ท่านได้ทำความรู้จักกับพຣะพุທธ ศ า ส น าไปทีละเล็กละน้อยหลังจากนั้นเป็นต้นมา ท่านไม่เคยละความพยายามที่จะศึกษาพุທธ ศ า ส น า ท่านเดินทางไปธิเบตอยู่บ่อยครั้ง เพื่อไปฟัง เ ท ศ น์ จากองค์ ด า ไ ล ล า ม ะ

จากนั้นไม่นานท่านก็ตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทย นายสตีเว่น มาอาศัยอยู่ที่เกาะเต่าเพื่อเป็นครูสอนดำน้ำพร้อมทั้งศึกษาธຣຣมะไปด้วย ช่วงเวลานั้น ท่านเล่าว่า ท่านคิดว่าตนเองมีความสุขมาก

เพราะรายได้ค่อนข้างดี และได้พบปะผู้คนมามากมายจากทั่วโลก แต่แล้ววันหนึ่งความสุขได้กลับกลายเป็นความน่าเบื่อ ท่านพบว่าท่านไม่อาจหาความสุขได้จากเงินทองได้อีกต่อไป

ตัดสินใจกลับบ้าน หลังจากออกจากบ้านมานานกว่า 7 ปี ภาพของนักธุรกิจอย่างที่คนในครอบครัวคาดหวัง ไม่ได้ปรากฏ กลับเป็นภาพของชายหนุ่มผู้กลับบ้านไปพร้อมเครื่องมือดำน้ำ

และหนังสือธຣຣมะอีกหลายเล่ม ญาติๆของท่านรับไม่ได้กับภาพดังกล่าว พวกเขาถึงขั้นพูดคุยกันว่า จะเผาหนังสือธຣຣมะที่ท่านนำกลับไป เพื่อให้ท่านกลับมานับถือ ศ า ส น าคริสต์อีกครั้ง

และการตัดสินใจครั้งใหญ่ ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อท่านได้ออกเดินทางไปยังอเมริกา เพื่อไปศึกษาธຣຣมะในศูนย์ปฏิบัติธຣຣม

ท่านศึกษาอยู่หลายต่อหลายปี จนกระทั้งในปี ค.ศ. 2001 ท่านเดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนาตถาคต (Tathagata) ทีเอ็มซี – TMC – Tathagata Meditation Centre ในเมืองซาน โฮเซ่ (San Jose) รัฐแคลิฟอร์เนีย (California)

ถึงแม้ว่าที่แห่งนี้จะเป็นเพียงศูนย์ปฏิบัติธຣຣมเล็กๆ ก็ตาม เพื่อพบกับท่านปัณณาธิภา (Pannadipa) และขอบวชกับท่านในทันที

ทั้งๆที่ไม่เคยทราบถึงพิธีการขอบวชมาก่อน ท่านปัณณาธิภา (Pannadipa) ซึ่งในที่สุดได้นำไปสู่การ บวชเป็นพຣะสงฆ์ในพຣะพุທธ ศ า ส น านิกายเถรวาทที่ทีเอ็มซี ซาน โฮเซ่ แคลิฟอเนียร์ ในปี ค.ศ.2002 โดยอาจารย์ของท่านคือ ท่านซายาดอว์ ยู สิละนันทะ

เมื่อท่านศึกษาธຣຣมะจนถึงระดับหนึ่ง ท่านได้ตั้งปณิธานอันแน่วแน่ว่า จะต้องกลับไปเผยแผ่พຣะพุທธ ศ า ส น าที่ยูกันดาให้จงได้ และเรื่องราวแห่งความยากลำบากก็เริ่มต้นขึ้น

ผู้คนในละแวกต่างมองท่านด้วยความคลางแคลงใจ บ้างก็ว่าท่านถูกมนต์ดำ บ้างก็ว่าท่านวิกลจริต บางครั้งเด็กๆ ก็ร้องไห้จ้า ด้วยความตกใจ บ้างก็เห็นบาตรของท่านเป็นเครื่องดนตรี เดินมาตีบ้าง จนเป็นที่ตลกขบขัน

แต่ด้วยวัตรปฏิบัติของท่านที่เรียบง่าย และงดงาม ไม่เคยถือโทษโกรธผู้ใด แต่ไขข้อสงสัยให้แก่ผู้ที่เข้ามาตั้งคำถามอย่างใจเย็น

จนเป็นที่น่าประทับใจ ทำให้ผู้คนที่นั่นเปิดใจให้กับท่านมากขึ้น อีกทั้งยังพอมีร้านอาหารไทยในละแวก ท่านจึงมีผู้นำภัตราหารมาถวาย ได้โดยไม่ติดขัด

แต่มาวันนี้ศูนย์พຣะพุທธ ศ า ส น าในยูกันดาได้รับการสถาปนา ในนาม Uganda Buddhist Centre – UBC ได้รับการสถาปนาตั้งแต่ปี 2005 ซึ่ง “ภิกษุพุທธรักขิตะ” ได้กล่าวว่า

“เมล็ดพันธุ์แห่งพຣะพุທธ ศ า ส น านิกายเถรวาทได้ถูกปลูกฝังลงในยูกันดาเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาแห่งการดูแลให้เติบใหญ่ หวังว่าเมล็ดพันธุ์ที่มี ป ร ะ โ ย ช น์ นี้จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีและเติบโตอย่างแข็งแรง แผ่ขยายไพศาลเป็นผลไม้แห่ง ป ร ะ โ ย ช น์ ของ สั ต ว์ โลกทั้งปวง”

ขอบคุณที่มาจาก กระทู้พันทิพของสมาชิกหมายเลข 3169129

Facebook Comments