เลิกขอเงินแม่ตั้งแต่อายุ 14 จากเงินทุน 1 พันบาทสู่เจ้าของธุรกิจ เป็นเศรษฐีตั้งแต่อายุไม่ถึง 20

3716

ใครที่มีความฝัน หรืออยู่วัยเดียวกับมิ้งค์ ให้โฟกัสสิ่งที่อยากทำและจัดลำดับความสำคัญให้ดี รักตัวเองให้มากๆ พยายามทำในสิ่งที่คิดว่าดีและอยากจะทำ พอรักตัวเอง สิ่งดีๆ ก็เข้ามาในชีวิต” มิ้งค์ เด็กไทยที่ฝ่าฟันและพาตัวเองมาประสบความสำเร็จในชีวิต อดีตเจ้าของร้านอาหารในวัยแค่ 20

มิ้งค์เป็นเด็กธรรมดาๆ เหมือนทุกคน ทุกอย่างมันสำเร็จได้จากความพยายาม พยายามไปเถอะ ความพยายามไม่เคยทรยศใคร แต่ขึ้นอยู่กับว่าพยายามพอหรือยัง วันเปิดร้านอาหาร มิ้งค์ยังมาติดป้ายชื่อร้านเอง อีกอย่าง คือการมีระเบียบวินัย

น.ส.ปวริศรา เชิงรู้ หรือ มิ้งค์ อายุเพียงแค่ 20 แต่เธอสามารถพาตัวเองประสบความสำเร็จเรื่อง “การเรียน” ควบคู่ “การงาน” เลิกขอเงินแม่และหาเงินใช้เองมาตั้งแต่อายุ 14 ปี จนมีฐานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคง ได้เป็นเจ้าของร้านมาม่าต้มยำหม้อไฟติด Top 5 ของตลาดในวัยแค่ 18 ปี

“มิ้งค์เริ่มขายของออนไลน์ผ่านอินสตาแกรม ตั้งแต่เรียนอยู่ ม. 2 พอเรียน ม. 3 ก็นำเข้าเสื้อผ้าจากจีนมาขาย ทำเอง เรียนรู้เองทุกอย่าง เพราะไม่อยากขอเงินแม่ ตอนนั้นแม่ให้เงินลงทุนมา 1 พันบาท มิ้งค์ต่อยอด หามาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ มีเงินเก็บ ดูแลตัวเองได้ดีในส่วนของตัวเอง อยากได้อะไรก็ซื้อด้วยเงินที่หามาเอง ทั้งโน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ กระเป๋า ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ มิงค์ไม่เคยขอเงินแม่ใช้มา 7-8 ปี ตั้งแต่อายุ 14 แล้ว”

นั่นคือจุดเริ่มต้นของ น.ส.ปวริศรา ลูกสุดท้องที่เกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง ไม่มีใครเก่งค้าขาย ไม่มีใครเก่งเรื่องธุรกิจ พ่อและแม่เป็นพนักงานบริษัทเอกชน ที่เริ่มสร้างด้วยตัวเอง แบ่งเบาภาระพ่อแม่ ด้วยเงินทุนแม่ 1 พันบาท ในเวลาเพียง 2-3 อาทิตย์ต่อมา ทำให้เธอมีเงินเก็บก้อนแรกในชีวิต 5 พันบาท

“มิ้งค์เป็นคนมีความพยายาม และตั้งใจมาก เลยทำให้มีเงินก้อนแรกในชีวิตมากขนาดนั้น มันค่อนข้างยากและต้องตั้งใจจริงๆ แล้วมิ้งค์ก็พยายามทำทุกอยางด้วยตัวเอง ลงรูปเอง คิดเองว่าทำอย่างไรให้เกิดความน่าเชื่อถือ ให้มีเงินมากขึ้น ทุกวันหลังเลิกเรียน มิ้งค์จะรีบทำการบ้านให้เสร็จที่โรงเรียน หรือให้เสร็จภายในสองทุ่ม ก่อนแม่มารับที่บ้านน้า พอมาถึงบ้าน 2 ทุ่ม ก็จะนั่งร้อยกำไลแพ็กของส่งลูกค้า นอนเที่ยงคืน เช้าพ่อไปส่งไปรษณีย์ให้ ”

5 ปี ต่อมา เดือน มี.ค. 60 จากเงิน 1 พันบาทของแม่ เธอต่อยอดจนได้เปิดร้านอาหาร “มาม่าต้มยำหม้อไฟ” ของตัวเอง ด้วยเงินลงทุน 6 หลักต้นๆ ที่ตลาดเลี่ยงเมือง จ.นนทบุรี ในวัยแค่ 19 ปี เปิดขาย 17.30-23:30 น. เฉพาะ วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ สร้างรายได้ 5-6 หมื่นต่อเดือนที่ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อย เพราะเธอไม่เคยทำอาหารเลย แต่ด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองว่า ทำได้และอยากทำ

ทุกอย่างจึงเริ่มจากศูนย์ แต่ด้วยฝีมือของเธอ บวกกับความพยายามเป็นแรงผลักดัน เธอลงมือสร้างด้วยตัวเองทุกอย่าง เพื่อลดต้นทุน อาทิ ทำครัว ล้างจาน เก็บจาน เสิร์ฟ ทำความสะอาด รับออเดอร์ คิดเงิน เก็บเงิน

กระทั่งร้านได้รับความนิยมมากขึ้น จึงจ้างพนักงาน 3 คน คือ แม่ครัว พนักงานล้างจาน และเสิร์ฟ ทุกวันพฤหัสฯ หลังเลิกเรียนต้องไปซื้อของเองที่ตลาด ห้าง วันศุกร์เอาของมาลงไว้ที่ร้าน เลิกเรียน 3-4 โมง ก็มาเปิดร้าน และอยู่จนร้านปิด กว่าจะกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาตีหนึ่ง หลังปิดร้านคืนวันอาทิตย์กลับบ้านพักผ่อน เช้าวันจันทร์ก็ไปเรียน

แม้ต้องเรียนควบคู่หารายได้เสริม ที่เริ่มจากขายของออนไลน์ กระทั่งมาเปิดร้านอาหาร มิ้งค์บริหารตัวเองได้เป็นอย่างดี ไม่ทำให้เสียการเรียนแต่อย่างใด เธอยังได้ทำกิจกรรมด้านจิตอาสาและบำเพ็ญประโยชน์ ทำให้ได้รับโอกาสและกว่า 10 รางวัล จากหน่วยงานต่างๆ

“มิ้งค์แบ่งสรรเวลาตามลำดับและสัดส่วนความสำคัญมาตั้งแต่เด็ก ถ้าเรียนดี กิจกรรมดีคนถึงจะยอมรับ ถ้ากิจกรรมดี เรียนไม่ดี

เราจะเอาอะไรไปบอกคนอื่นว่าต้องทำยังไง เราจะเอาอะไรดีๆ ไปแบ่งปันคนอื่นได้ งานกลุ่ม การบ้าน มิ้งค์ทำให้เสร็จในช่วงเรียน แล้วจึงให้เวลากับร้าน เราต้องแบ่งเวลาให้ได้ ทำให้ดีทั้งสองอย่าง พอแบ่งเวลาให้กับ 2 สิ่งนี้ ได้ ก็จะทำให้มีเวลาเหลือไปทำกิจกรรมอื่นๆ มิ้งค์ลิสต์ทั้งในวันปัจจุบัน และในอนาคตด้วยว่าต้องทำอะไรบ้าง ”

จากการเป็นนักเรียนทุน ม.กรุงเทพ คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ และแรงซัพพอร์ตจากอาจารย์ที่เป็นนักธุรกิจในสาขาต่างๆ ให้คำปรึกษาทุกทาง ทั้งแนะนำคอนเนกชั่น ซัพพลายเออร์ และส่งเสริมวิธีให้คนเชื่อมั่น

ทำให้ร้านเป็นที่รู้จัก ธุรกิจได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี จนร้านเป็น Top 5 ของตลาด แต่เปิดร้านขายได้เกือบ 2 ปี ในเดือน ต.ค. ปี 61 ก็ได้ปิดกิจการ ด้วยเหตุผลเพื่อสร้าง “ผลิตภัณฑ์อาหาร” ธุรกิจใหม่ที่กำลังทำอยู่ควบคู่กับการขายของออนไลน์เช่นเดิม

ที่มา Liker

ติดตามเราได้ที่ ข่าวไทบ้าน

Facebook Comments